ข่าวการเมือง  

ช่อง11ควรจะเปิดกว้างมากขึ้น

เปลี่ยนเสนาบดีที่มีหน้าที่กำกับดูแลสื่อมาได้เดือนกว่า ๆ แล้ว หลายเรื่องดูมีทิศทางไปได้ดี "ทีมข่าวการเมืองเดลินิวส์" ได้สัมภาษณ์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลถึงนโยบายโดยเฉพาะ "รายการใหม่" ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น

นโยบายในการกำกับดูแลสื่อ
   
ถ้าพูดถึงภาระหน้าที่ผม จริง ๆ สื่อที่ว่าเป็นสื่อของรัฐอย่างกรมประชาสัมพันธ์ อสมท ซึ่งทุกวันนี้ อสมท เป็นบริษัทมหาชนคงไปเกี่ยวข้องมากไม่ได้ ฉะนั้นก็เลยมาอยู่ที่กรมประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ภาพลักษณ์ของรัฐมนตรีที่มาดูแลสื่อเป็นอย่างไรก็ต้องดูได้ที่ช่อง 11

ให้นโยบายไว้ว่า จะต้องมีสื่อที่เป็นของรัฐหมายถึงอะไร

   
ผมชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสื่อของรัฐมากว่าสื่อของรัฐจะเป็นสื่อของรัฐโดยที่รัฐบาลไม่ควรมาเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวข้องในสัดส่วนที่ไม่มากเกินไปเพราะรัฐบาลก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ บางส่วนบอกว่าสื่อของรัฐ รัฐบาลไม่ควรยุ่งเลย รัฐบาลควรมีของตัวเองอีกช่องหนึ่งต่างหาก แต่สำหรับผมกรณีช่อง 11 ผมคิดว่าช่อง 11 น่าจะเป็น 3 รูปแบบคือ 1.รูปแบบที่เป็นอย่างในปัจจุบันคือเป็นสื่อของรัฐ รัฐบาลมาใช้ได้บ้าง ซึ่งอาจจะกำหนดสัดส่วนให้ชัดเจนมากขึ้น 2.เป็นของรัฐบาลไปเลยเพราะใคร ๆ ก็รู้ว่ากรมประชาสัมพันธ์ก็เป็นหน่วยงานของรัฐบาล 3.มีการนำเสนอ ศึกษากันมาระดับหนึ่งคือเป็นรูปองค์กรมหาชน รัฐบาลไปเกี่ยวข้องแต่มีกรรมการ มีผู้บริหารงานแตกต่างจากราชการโดยทั่วไปซึ่งจะทำให้เชื่อมั่น คล่องตัวมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้หลุดไปจากรัฐบาลเหมือนกับกรณีทีวีไทย
   
ในความเห็นของผมขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาศึกษาว่ารูปแบบไหนที่จะเหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ในช่อง 11 ยังมีทีวีดาวเทียมซึ่งผมมองว่าในอนาคต ความแตกต่างระหว่างทีวีดาวเทียมกับทีวีปกติอาจจะไม่ห่างกันมากนัก การยอมรับจะมีมากขึ้น ทีนี้ข้อสรุปของผมส่วนหนึ่งมันก็จะไปเกี่ยวข้องกับที่อาจารย์คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เป็นผู้ประสานงานเรื่องการปฏิรูปสื่อกำลังทำงานอยู่ ซึ่งผมคิดว่าถ้าได้ข้อสรุปตรงนั้นผมกับรัฐบาลก็มีหน้าที่ที่จะต้องตัดสินใจ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น ทั้งกับช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ รวมทั้งคนในแวดวงสื่อสารมวลชนต่าง ๆ

เห็นว่ามีรายการ "ตรงไปตรงมา" ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ใช้พื้นที่สื่อของรัฐ
   
ผมคิดอย่างนี้ว่าช่อง 11 ควรจะเปิดกว้างมากขึ้นคือเปิดโอกาสให้ทุกภาคกลุ่มได้มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็น ใช้เวทีในสื่อของรัฐให้มากขึ้นโดยเฉพาะคนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ฝ่ายราชการ รัฐบาล ฝ่ายค้าน เอ็นจีโอ นักวิชาการ ภาคประชาชน ผมก็มอบนโยบายไป เจ้าหน้าที่เขาก็ไปทำงานว่ามีแนวทางปฏิบัติอย่างไรเขาก็เสนอมา 3 รูปแบบ รูปแบบที่ 1 คือการเปิดเวทีให้ประชาชนระดับรากหญ้ามากขึ้น เราพบว่าภูมิภาคก็ดี ชุมชน หมู่บ้าน มีความเห็นไม่ตรงกันในหลายๆเรื่อง เรื่องทรัพยากร แนวทางในการอยู่ร่วมกัน เราก็ควรจะต้องเปิดเวทีให้เขา อันนี้เรียบร้อยแล้ว มีรายการให้ประชาชนเป็นเวทีที่เปิด ให้ประชาชนมากขึ้น รายการที่ 2 ก็คือ วิปฝ่ายค้านกับวิปรัฐบาล มีประเด็นหรือเรื่องอะไรมักจะเข้าสู่การพิจารณาของสภา คุยกันแต่ในสภา คนภายนอกส่วนมากไม่รู้ เราควรเปิดให้ทั้งสองกลุ่มทั้ง 2 วิทยา (นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปฝ่ายรัฐบาลและนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน) เขาอาจจะนำ ส.ส.มาถกแถลงว่ารัฐบาลเห็นอย่างนี้ฝ่ายค้านเห็นอย่างนี้ อีกอันคือรูปแบบที่ 3 เป็นรายการที่พูดง่าย ๆ คือ เป็นรายการที่มาพูดคุยกันในประเด็นปัญหาร่วมกัน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคมการเมืองทุกฝ่าย 

หมายถึงเป็นรายการเดียวแต่แบ่งเป็น 3 ช่วง
   
เป็น 3 รายการ อย่างรายการพูดกันอาจจะวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เพราะประเด็นมีเยอะ วิปทั้งสองฝ่ายก็อีกรายการหนึ่ง ไม่ใช่เป็นรายการเดียว ส่วนชื่อรายการมีคนเสนอมาเยอะเจ้าหน้าที่ก็กำลังพิจารณาว่าชื่อไหนเหมาะสม ผมก็บอกว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้ทุกอย่างควรจะจบ

ตกลงไม่ใช่รายการเดียว
   
ไม่ใช่ครับ เป็น 3 รายการ

ฝ่ายค้านตกลงหรือไม่
   
ผมว่าเขาโอเค เดิมเขาไม่มีเลย กรณีผู้นำฝ่ายค้านนั้นถ้าเขาอยากได้เวลา เขาต้องมีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เท่าที่ผมพูดคุยเขาบอกว่าสุดยอดแล้ว ที่สุดยอดคือหมายความว่าเขามีโอกาส ส่วนเนื้อหาใครเสียหายก็ดำเนินการกันเอง ผมจะให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทำงานกันไปเอง ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเลย

คิดว่ารายการใหม่จะน่าสนใจหรือไม่
   
ผมคิดว่าเรามีเจตนาดีที่อยากจะเห็นผู้คนหลายกลุ่มมานั่งพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลมากกว่าที่จะไปใช้ความรุนแรง ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนรับได้

ขณะนี้ระดับความน่าสนใจของรายการเชื่อมั่นประเทศไทยเป็นอย่างไร 
   
ผมคิดว่าพัฒนาขึ้น คือผมคิดว่านายกรัฐมนตรีแต่ละท่านมีลักษณะการทำงานของตัวเอง อย่างนายกฯ อภิสิทธิ์ ท่านไม่ต้องการมาสร้างประเด็นทางการเมือง และท่านต้องการพูดถึงผลงานของรัฐบาลที่มีโอกาสทำ ต้องการอธิบาย เรื่องราวที่ผ่านมา ผมคิดว่าคนที่อยากจะฟังเนื้อหาสาระที่เป็นรายละเอียดจากปากผู้นำประเทศระดับนายกฯ ผมคิดว่าคนพอใจ แต่ถ้าอยากได้ประเด็นหวือหวาเหมือนนายกฯบางคนในอดีตที่ใช้เวลาที่เป็นประเด็นตลอดเวลา

ได้ข่าวว่ามีภาระที่ต้องผลักดันร่างพ.ร.บ.กสทช.ด้วย
   
ปัจจุบันเข้าใจว่ารัฐมนตรีกำกับดูแลสื่อทั้งหมด แต่รัฐธรรมนูญความรับผิดชอบของรัฐมนตรี มีแต่กรมประชาสัมพันธ์ อสมท ทั้ง ๆ ที่ในสื่อยังมีเคเบิลทีวี ดาวเทียม วิทยุชุมชน สื่อใหม่อีกเยอะ กฎหมายฉบับนี้ถ้าออกมาจะมีองค์กรขึ้นมากำกับซึ่งผมพยายามผลักดัน แม้วุฒิสภาจะมีการแก้ไขแต่รัฐบาลต้องผลักดัน ต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วม ส่วนจะทันสมัยประชุมนี้หรือไม่ ผมจะพยายามให้ทัน เพราะขณะนี้ปัญหาเรื่องช่องว่างที่ยังไม่มี องค์กรอิสระใหม่ที่เรียกว่า "องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. มาดูแล

เห็นว่ากำกับดูแลสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ด้วย
      
การคุ้มครองผู้บริโภคต้องทำงานเชิงรุกคือการทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องทำผิดกฎหมายแต่มีจิตสำนึก เช่นโครงการ "บ้านติดดาว" ที่เป็นการมอบโล่เกียรติคุณให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดีมีจริยธรรม เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถูกร้องเรียนเข้ามามาก เช่น วางเงินดาวน์บ้านแล้วโครงการไม่มีการก่อสร้าง สร้างไม่เสร็จหรือสร้างเสร็จแต่ไม่มีคุณภาพตามที่โฆษณา ถ้าผู้ประกอบการใดที่ได้รับรางวัลนี้ ก็จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนว่าเป็นธุรกิจที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ผมได้มอบหมายให้ปรับเว็บไซต์ สคบ. http:// www.ocpb.go.th โดยมีการให้ข้อมูลรายชื่อผู้ประกอบการที่ถูกร้องเรียน ถูกร้องเรียนอะไร ถูกดำเนินคดีหรือไม่เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นฐานข้อมูลตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ต้องรณรงค์การให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย

   
กำลังให้เจ้าหน้าที่เตรียม สคบ. สัญจรไปตามจังหวัดต่าง ๆ โดยทำร่วมกับจังหวัด ท้องถิ่น อบจ. อบต. ตรงนี้จะเป็นการออกไปรณรงค์ให้ประชาชนได้รู้ถึงสิทธิของผู้บริโภค กิจกรรมนี้จะเริ่มที่กรุงเทพฯ โดย สคบ. จะร่วมกับกรุงเทพมหานคร.



ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ Dailynews
ข่าวการเมือง วันนี้

  รายงานข่าวด่วน ประจำวัน  

  • รวบ20นร.เทคนิคปทุมธานียกพวกไล่ถล่มอริ
    2010-09-07 11:20:03

  • ฝากขังมือประกอบระเบิดบึ้มพรรคภูมิใจไทย
    2010-09-07 11:20:02

  • สมช.ยันส่งนร.ตีกันไป3จว.ใต้ไม่เป็นภาระจนท.
    2010-09-07 11:00:49

  • เลขาฯสมช.ยันกทม.ยังจำเป็นต้องคงพรก.ฉุกเฉิน
    2010-09-07 10:40:12

  • ตร.นครสวรรค์เก็บกู้ระเบิดปิงปองหน้าโรงเรียน
    2010-09-07 10:40:10

  • แผ่นดินไหวปานกลางที่อิหร่าน-อินโดนีเซีย
    2010-09-07 10:40:09

  • นิวซีแลนด์ย้ายนักโทษหลังเกิดแผ่นดินไหว
    2010-09-07 10:40:03

  • นักการเมืองแห่เข้าอวยพรวันเกิด75ปี"พล.ต.สนั่น"
    2010-09-07 10:00:08

  • สุเทพเลิกพูดเรื่องปรองดอง-ยันรัฐบาลจริงใจ
    2010-09-07 10:00:07

  • ตำรวจซานฟรานซิสโกจับนักปีนตึก
    2010-09-07 10:00:06
  •   สำนักข่าวไทย  
  • นิวซีแลนด์เผชิญอาฟเตอร์ช็อคหลายระลอก

  • 2010-09-07 10:40:03
  • ชาวนาหลายจังหวัดเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วม

  • 2010-09-07 10:40:02
  • คนร้ายยิงครูนราธิวาสเสียชีวิต-ภรรยาบาดเจ็บสาหัส

  • 2010-09-07 10:00:54
  • "สุเทพ" ขอยุติแสดงความเห็นเรื่องสมานฉันท์

  • 2010-09-07 10:00:53
  • ผู้เสียชีวิตจากดินถล่มในกัวเตมาลาเพิ่มเป็นอย่างน้อย 45 คน

  • 2010-09-07 10:00:49
  • มาเลเซียผลักดันแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ

  • 2010-09-07 10:00:47
  • หนุ่มวัย 21 เมาขับชน ตร.ดับคาด่านสกัด ถ.ราชพฤกษ์

  • 2010-09-07 06:40:02
  • จับอดีตมือปืนเปิดห้องเช่ามั่วยาอี

  • 2010-09-07 01:40:03
  • ประชุมวุฒิฯ ถกงบวันแรก เน้นอภิปราย 3 กระทรวงหลัก

  • 2010-09-07 01:20:35
  • นร.นนทรีวิทยายกพวกรุมคู่อริ-นร.สุราษฎร์ฯ รุ่นน้องไล่ยิงรุ่นพี่

  • 2010-09-07 01:00:05