กรรมการมรดกโลกแห่ยินดีไทย พร้อมเผยเบื้องหลังความสำเร็จเลื่อนแผนพระวิหาร
วันนี้ 30 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ประเทศบราซิล รายงานบรรยากาศในที่ประชุมกรณีคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ มีมติเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารการจัดการปราสาทพระวิหาร ไปในการประชุมครั้งที่ 35 ที่บาห์เรน ว่า การหารือในที่ประชุมไม่ได้มีการลงคะแนนเสียง แต่เป็นการประกาศของประธานที่ประชุม ซึ่งภายหลังมีประกาศดังกล่าวออกมา กรรมการจากประเทศสมาชิกและประเทศต่างๆ ที่รอคอยผลสรุปเรื่องนี้ ต่างเดินมาจับมือกับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ซึ่งส่วนมากเป็นการแสดงความยินดีกับไทยมากกว่าที่สามารถตกลงกันได้โดยไม่มีเรื่องวอล์คเอาท์หรือเสียบรรยากาศการประชุม และไทยไม่ถึงขั้นที่ต้องลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลก หรือถอนตัวจากการเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้
แหล่งข่าว เปิดเผยต่อว่า สำหรับเบื้องหลังก่อนจะมีการประกาศเลื่อนพิจารณาแผนบริหารจัดการดังกล่าวนั้น ในวันที่ 29 ก.ค.ตามเวลาประเทศบราซิล นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมบราซิล ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก และเอกอัครราชทูตบราซิลประจำองค์การยูเนสโก โดยเป็นการพบปะหารือฝ่ายเดียว หลังจากเมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา การหารือทวิภาคีระหว่างไทยและนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไม่ประสบผลสำเร็จและไม่สามารถเขียนร่างข้อตกลง (draft decision) เพื่อแถลงต่อที่ประชุมได้ เนื่องจากประเทศทั้งสองมีพรมแดนติดกันและมีปัญหาการบริหารจัดการในพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ (dispute area) 4.6 ตารางกิโลเมตร
แหล่งข่าว รายงานว่า นายสุวิทย์ และรมว.วธ.บราซิลได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการหารือ จึงได้ข้อสรุปร่างข้อตกลง (draft decision) ในเบื้องต้น แต่เมื่อนำร่างข้อตกลงดังกล่าวไปหารือกับกัมพูชา เพื่อให้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นร่วมกัน ปรากฏว่ากัมพูชาไม่สามารถรับข้อเสนอได้ ทำให้วาระการประชุม จากเย็นวันที่ 28 ก.ค. เลื่อนมาเป็นเช้าวันที่ 29 ก.ค. จากนั้นก็ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยให้ประชุมวาระอื่นๆ ทดแทนไปก่อน สุดท้ายไม่สามารถเจรจาผ่านตัวกลางสำเร็จ บราซิลในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 34 จึงเป็นตัวกลางเจรจาใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง จนตกลงร่วมกันได้ว่าให้เลื่อนการพิจารณาแผนการบริหารจัดการของกัมพูชา จากการประชุมครั้งที่ 34 ไปเป็นครั้งที่ 35 ในปีพ.ศ. 2554 ที่บาห์เรน นอกจากนี้คณะผู้แทนไทยยังได้มีการหารือกับนางอีรินน่า บัคโคว่า ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกเพื่อแจ้งประท้วงเรื่องแผนบริหารการจัดการปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการด้วย
แหล่งข่าว รายงานเพิ่มเติมว่า ส่วนปัญหาหลักของทางการไทย คือ แผนการบริหารจัดการของปราสาทพระวิหาร (buffer zone) มีบางส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในเขตที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ (dispute area) 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งไทยก็อ้างสิทธิในพื้นที่นี้ตามชายขอบของสันปันน้ำ (water shade) ว่าเป็นเขตอธิปไตยของไทย รวมทั้งร่างข้อตกลงจำนวน 7 หน้า ที่กัมพูชาแจกในที่ประชุมก่อนการพิจารณาวาระดังกล่าว ซึ่งเอกสารดังกล่าวระบุว่ามีการทำกิจกรรมบางอย่างในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งฝ่ายไทยไม่สามารถยอมรับได้ นอกจากนี้แผนการบริหารจัดการฉบับเต็ม ความยาวจำนวน 130 หน้า ซึ่งทางกัมพูชาอ้างว่าได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของศูนย์มรดกโลกแล้วแต่ฝ่ายไทยไม่เห็น