"เทือก" ไล่สื่อถาม "เทพไท" ปูดแดงซุ่มฝึกอาวุธ ฉุนถูกบี้ถามทหารยิง ปชช. ชี้หน้าสวนถามสื่อ "คนไทยหรือเปล่า"
วันนี้ (9 ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ได้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการซุ่มฝึกซ้อมการใช้อาวุธในพื้นที่ 3 แห่ง ให้กับ ศอฉ.แล้ว ว่า ตนยังไม่เห็นข้อมูลดังกล่าว เคยบอกแล้วว่าข่าวมาจากที่ไหนก็ต้องไปถามที่นั่นคือวิธีที่ดีที่สุด สำหรับงานทางด้านความมั่นคงนั้น เราจะติดตามตรวจสอบ
เมื่อถามว่า ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะดูแล หรือห้ามปราบสมาชิกพรรคไม่ให้พูดจาในลักษณะนี้อีกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไม่ไปพูดคุยอะไร เพราะแต่ละคนก็ทำงานของตัวเองไป และมีความรับผิดชอบกันอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เป็นห่วงภาพลักษณ์ของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เพราะนายกฯ ได้แสดงตัวต่อสาธารณชนอย่างชัดเจน รวมทั้งจะเดินหน้าทุกวิถีทาง เพื่อให้เกิดความปรองดอง และมีความคืบหน้าตามลำดับ โดยได้สร้างกลไกเดินหน้าปฏิรูปเสร็จหมดแล้ว ดังนั้น จึงไม่กังวลใจว่า จะมีอะไรที่เป็นปัญหากับนายกฯ และนายกฯ เอง ก็สื่อสารกับประชาชนอยู่ตลอดเวลา
ผู้สื่อข่าวอีกว่า คนฝั่งรัฐบาลต้องเดินตามทิศทางเดียวกัน แต่กลับตะแบงสวนอยู่ตลอดเวลา จะทำเช่นไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไม่ไปตอบแทนใคร ส่วนกรณีที่นายกฯ จะสั่งการให้ ศอฉ.ไปตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับผู้ต้องขัง โดยเฉพาะแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ทุกอย่างที่นายกฯ สั่งเราก็จะดำเนินการอย่ากังวลใจ เพราะเราอยู่ใต้บังคับบัญชาของนายกฯ ยืนยันว่า การปฏิบัติของ ศอฉ. และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายใต้คำสั่ง ศอฉ. ได้ปฏิบัติงานอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย มีการตรวจสอบกันเองอย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่ไม่ใช่ศัตรูของประชาชน แต่เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติงานในการดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และให้อยู่ในกรอบขอกฎหมาย ข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยมุ่งร้าย มุ่งให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองมีเป็นประจำ อยากให้สื่อมวลชนช่วยใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูล ข้อกล่าวหาเหล่านั้นด้วย
เมื่อถามถึง กรณีที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า เครือข่ายขบวนการล้มสถาบันมี 3 ระดับ ได้มีการรายงานข้อมูลส่วนนี้ให้ได้รับทราบหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อธิบดีเอสไอเป็นผู้ให้ข้อมูลรายละเอียดได้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นคดีพิเศษแล้ว และได้บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่มาทำงาน ดังนั้น ตนจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับคดีนี้ ซึ่งอธิบดีดีเอสไอจะรู้ว่าให้ข้อมูลได้มากแค่ไหนถึงจะไม่กระทบกระเทือนต่อรูปคดี ส่วนจะมีรายงานข่าวการเคลื่อนไหวใต้ดินที่จะกระทบต่อสถาบันหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องดำเนินการ ส่วนกระบวนการป้องกันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน รวมทั้งดีเอสไอด้วยนั้น ถือเป็นการทำงานที่สวนทางกับกระบวนการปรองดองของรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวปฎิเสธว่า ไม่ได้สวนทางกัน เพราะการปรองดอง หรือสมานฉันท์ ไม่ได้หมายความว่าต้องยอมอดทนให้คนฝ่าฝืนกฎหมาย ทำผิดกฎหมาย ทำร้ายประเทศ และสถาบันของชาติ แต่คนที่ทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี ส่วนการปรองดองสมานฉันท์เป็นเรื่องของประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่จะต้องเข้าใจกัน มีความคิดที่ดีต่อกัน ความคิดเห็นในทางการเมืองอาจต่างกัน เราเองระลึกว่าเราเป็นเจ้าของประเทศเป็นคนไทยด้วยกัน ต้องไม่ทำร้ายกัน
ผู้สื่อข่าวต่อว่า มีประชาชนส่วนหนึ่งมองว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงก็เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ทำร้าย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง นายสุเทพ กล่าวว่า ตอนที่เกิดเรื่องสื่อมวลชนก็น่าจะเห็นด้วยตัวเอง การเรียกร้องประชาธิปไตย หรือเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนั้น ไม่มีใครว่าอะไร รัฐบาลเห็น ได้ยิน และลงมือแก้ไขแล้ว แต่การเอาปืนมาไล่ยิงทหาร ไล่ยิงประชาชนด้วยกันเอง หรือการปฏิบัติการที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตปกติสุขได้อย่างนั้น ไม่ใช่วิถีทางในระบอบประชาธิปไตย
เมื่อถามย้ำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นการกระทำ หรือฝีมือของฝ่ายใด นายสุเทพ กล่าวว่า "ผมถือว่าถ้าคุณถามอย่างนี้ คุณปฏิเสธความเป็นจริงไปแล้ว เห็นกันอยู่ตำตาแล้วบอกว่าไม่รู้ว่าใครทำ ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว คนไทยด้วยกันเป็นเจ้าของประเทศเหมือนกันก็ต้องรู้สึกว่าอะไรคือความจริง อย่าเอาความไม่จริงมาเบี่ยงเบนบิดเบือน และทำให้ประเด็นต่างออกไป แต่ต้องแก้ไขปัญหาตรงความเป็นจริงดีกว่า" นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า เหตุที่เกิดขึ้นประชาชนก็เห็นว่าเป็นเรื่องของทั้งสองฝ่าย นายสุเทพ กล่าวว่า น่าเสียดายที่มีคนคิดอย่างนั้น ตนสงสารจริง ๆ
เมื่อถามว่า แต่ก็มีคนเห็นว่าทหารยิงประชาชน ทาง ศอฉ.จะตรวจสอบอย่างไร นายสุเทพ ได้ยกมือชี้ไปที่ผู้สื่อข่าวคนดังกล่าว พร้อมถามกลับว่า "เป็นคนไทยหรือเปล่า" และได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์ขึ้นตึกบัญชาการทันที.