กรุงเทพฯ 2 ก.ค.- เสื้อแดง เริ่มล่ารายชื่อถวายฎีกา พระราชทานอภัยโทษ “พ.ต.ท.ทักษิณ วันแรก “วีระ” มั่นใจ ครบล้านชื่อ 1 ส.ค. ยื่นถวายทันที
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริเวณชั้น 6 ของอาคารอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานความจริงวันนี้ เปิดให้ประชาชนมาลงชื่อเป็นวันแรก เพื่อถวายฎีกา ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงพระกรุณาอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 2 ปี ซึ่งคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาขอรับเอกสารเพื่อไปรวบรวมรายชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยมี นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง มาให้บริการแจกเอกสารด้วยตัวเอง สำหรับเอกสารมี จำนวน 5,000 ชุด โดยเอกสารฎีกา 1 ชุด ประชาชนสามารถลงชื่อได้ 6 คน และจะต้องระบุชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับแก่เจ้าหน้าที่ด้วย รวมทั้งสำเนาบัตรประชาชน และส่งกลับมายังสำนักงานความจริงวันนี้ ภายในเวลา 1 เดือน หรือจะส่งกลับทางไปรษณีย์ก็ได้
นายวีระ กล่าวว่า ผลตอบรับจากประชาชนเป็นไปด้วยดี ไม่ผิดความคาดหมาย มีการกระจายเอกสารลงพื้นที่ต่างจังหวัด ทั้งการถ่ายเอกสารและการส่งแฟกซ์ โดยประชาชนจะได้รับเอกสาร เพื่อไปรวบรวมรายชื่อตั้งแต่วันที่ 1-11 ก.ค. จากนั้นจะใช้เวลาประมาณ 15 วันเพื่อส่งกลับ ทั้งนี้จะพิจารณาอีกครั้งว่า จะตั้งเต็นท์เพื่อรับรายชื่อตามจุดต่าง ๆ หรือไม่ อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าจะได้ครบตามจำนวน 1 ล้านรายชื่อ แต่หากไม่สามารถรวบรวมได้ถึง ก็จะยุติทันที หากครบจำนวนตามระยะเวลาที่กำหนด 1 เดือน ก็จะถวายฎีกาด้วยการนำส่งสำนักราชเลขาได้ทันทีในวันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเอกสารฎีกา มีจำนวน 3 หน้า มีใจความโดยย่อ ระบุ ข้าพระพุทธเจ้าผู้มีนามและที่อยู่ข้างท้ายนี้ ขอทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อกราบบังคมทูลทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท มีความทุกข์แสนสาหัสจากปัญหาเศรษฐกิจ อันมีปฐมเหตุมาจากการยึดอำนาจทางการเมืองเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เพราะนั่นเป็นการทำลายระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกอบกับรัฐบาลปัจจุบันนี้เกิดขึ้นด้วยความไม่ชอบธรรมตามหลักประชาธิปไตย จึงไม่ได้รับความรักและความร่วมมือจากประชาชน รัฐบาลไม่อาจเป็นองค์กรหลักในการนำประเทศสู้ภัยเศรษฐกิจครั้งนี้ได้ แม้ตัวนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่สามารถเดินทางไปหลายประเทศ
ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกทำรัฐประหารแย่งอำนาจไป เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และเป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชนว่าจะช่วยแก้ปัญหาบรรเทาความทุกข์ความเดือดร้อนได้ ก็ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ ถูกใช้กฎหมายที่ไม่ต้องด้วยหลักนิติธรรมดำเนินคดี นับเป็นความสูญเปล่าซึ่งทรัพยากรบุคคล อีกทั้งการใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนเป็นระยะเวลานาน ๆ ไม่ว่าในซีกหนึ่งส่วนใดของโลก จะให้ความสุข ความอบอุ่นเท่าบ้านเกิดเมืองมารดรได้ นอกจากนี้ประชาชนไม่อาจยอมรับ การใช้กฎหมาย 2 มาตรฐานกับคน 2 พวกได้เพราะถือเป็นวิธีการอนารยะ
จึงขอให้ที่พึ่งสุดท้ายหนึ่งเดียวที่จะพึ่งได้คือใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เพราะทรงบำเพ็ญกรณียกิจบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ทวยราษฎร์เสมอมา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม มีสายพระเนตรยาวไกล คงจะไม่ปล่อยปละละเลยพสกนิกรให้จมอยู่กับความระทมทุกข์เป็นเวลายาวนานเกินไป เพื่อทรงพระกรุณาอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อจักได้อิสรภาพกลับมาเป็นข้าทูลละอองธุลีพระบาททำประโยชน์ต่อแผ่นดิน อย่างน้อยก็เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของปวงข้าพระพุทธเจ้า ผู้ยังเชื่อมั่นและศรัทธาในความสามารถของเขา และการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาครั้งนี้ ข้าพระพุทธเจ้ามุ่งหวังให้เกิดความสามัคคี เป็นการสมานฉันท์คนในชาติให้กลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดังเดิม แต่ทั้งนี้ก็สุดแต่พระบรมราชวินิจฉัย .-สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2009-07-02 14:30:02